มู่หลาน

มู่หลาน

มู่หลาน ฮัว มู่หลาน หรือ ฮวา มู่หลาน (Hua Mulan) เป็นอีกหนึ่งตำนานสตรีจีน ที่โด่งดังไปทั่วโลก และถูกแปรรูปเป็นสื่อบันเทิง ทั้งจากในจีน และในตะวันตกเอง แต่ต้นตอที่แท้จริงของ “วีรสตรี” ในเรื่องนั้น มีที่มาจากไหนกันแน่ คือใคร มีตัวตนจริงหรือไม่ในประวัติศาสตร์ Khortruay ซึ่งหนึ่งในความน่าสนใจคือ Mulan คือวีรสตรีที่ถูกใช้ในการเชื้อเชิญให้คนรักชาติ และสู้รบกับต่างชาติมาโดยตลอด


ฮวา มู่หลาน (จีน: 花木蘭; พินอิน: Huā Mùlán; เวด-ไจลส์: Hwa1 Mu4-lan2; ยฺหวืดพิง: Faa1 Muk6 laan4) เป็นบุคคลชาวจีนโบราณ ซึ่งไม่มีตัวตนอยู่จริง ปรากฏครั้งแรกในร้อยกรองชื่อ มู่หลานฉือ (木蘭辭; “ลำนำมู่หลาน”) ที่บรรยายว่า นางไปรับราชการทหารแทนบิดาผู้สูงวัย ออกรบ 12 ปี จนมีความดีความชอบ แต่ไม่รับรางวัลใด ๆ ขอกลับคืนมาอยู่บ้านดังเดิมก็พอแล้ว

คำว่า “มู่หลาน” (木蘭) แปลตรงตัวว่า “กล้วยไม้ป่า” (wild orchid) และสามารถหมายถึง ดอกแมกโนเลีย ชื่อสกุลของมู่หลานนั้นปรากฏต่างกัน เอกสาร หมิงฉื่อ (明史; “พงศาวดารหมิง”) ว่า มู่หลานแซ่ “จู” (朱) แปลว่า ชาด ส่วนบทงิ้ว ฉือมู่หลาน ว่า แซ่ “ฮวา” (花) ที่แปลว่า “ดอกไม้” และ ชิงฉือเก่า (清史稿; “ร่างพงศาวดารชิง”) รับเอาแซ่ “ฮวา” นี้ไปบันทึกไว้ ในสมัยหลังมักถือกันว่า มู่หลานแซ่ “ฮวา” เพราะความหมาย “ดอกไม้” สอดคล้องกับชื่อตัวที่แปลว่า “กล้วยไม้ป่า” และมีสุนทรียรสทางโคลงกลอนมากกว่า

Mulan ในบทกวี The Ballad of Mulan

ต้นเรื่อง มาจากเด็กสาวชาวจีนที่กลายเป็นตำนานวีรสตรี ซึ่งมีการกล่าวถึงในบทกวี ภาพเขียน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 จนมาถึงยุคที่จีนใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อชูอุดมการณ์ชาตินิยมในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 Mulan ก็ยังคงถูกพูดถึง ก่อนจะกลายมาเป็นผลผลิตของฮอลลีวูด และจีน-ฮอลลีวูดในยุคมิลเลนเนียม

ในเว็บไซต์ของดีสนีย์ได้กล่าวว่าแรงบันดาลใจของการสร้างMulanมาจาก บทกวีสั้น The Ballad of Mulan เล่าขานวีรกรรมของMulanในช่วงศตวรรษที่ 6  ตรงกับช่วงที่จีนอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เว่ยเหนือ (Northern Wei dynasty) แต่บทกวีนี้มีเผยแพร่ครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 12 เนื้อหาพูดถึง บทบาทของMulan ลูกคนเดียวของนายทหาร ที่เกิดมาเป็นหญิง เมื่อพ่อของเธอถูกเรียกไปร่วมรบในสงคราม Mulanจึงอาสาไปรบแทน และหลังจากลงสนามรบ 12 ปี โดยไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงเธอเป็นหญิง เป็นต้นทางของสาระสำคัญที่ถูกดึงมาผสมกับเรื่องแต่งต่อเติมเพิ่มมา จนกระทั่งกลายเป็นพล็อตเรื่องทั้งฉบับอนิเมชันปี ค.ศ. 1998 และภาพยนตร์คนแสดงจริงปี ค.ศ. 2020

ภาพเขียน มู่หลาน ในราชวงศ์ชิง 

เหอต้าจวื่อ (He Dazi) ศิลปินยุคราชวงศ์ชิง ได้วาดภาพเขียน Mulan รวมอยู่ในอัลบั้มภาพชุด Gathering Gems of Beauty ซึ่งเป็นอัลบัมสดุดีความงามของหญิงจีนในประวัติศาสตร์ แม้ว่านักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่จะไม่ยืนยันว่าMulanในอัลบัมภาพเขียนนี้มีตัวตนอยู่จริง แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่เชื่อว่านี่แหละคือภาพMulan

บทละคร Mulanของ Xu Wei

The Heroine Mulan Goes to War in Her Father’s Place เป็นบทละครของ Xu Wei ที่เขียนถึงเรื่องราววีรสตรีที่ชื่อMulan  บทละครนี้เผยแพร่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นการต่อเติมเนื้อหาจากต้นเรื่องเดิมที่สะท้อนสังคมจีนในยุคนั้นที่เลี้ยงลูกสาวให้เป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ เช่น การมัดเท้าให้เล็กเรียว เป็นต้น และจากเรื่องนี้ก็ได้มีการต่อยอดเป็นนิยายจีนยุคศตวรรษที่ 17  เนื้อหาอิงยุคสมัยราชวงศ์สุย และช่วงต้นราชวงศ์ถัง แต่ต่างกันตรงนี้Mulan ในศตวรรษที่ 17 ถูกเชิดชูให้เป็นหญิงรักชาติ ยอมตายดีกว่าตกอยู่ใต้การปกครองของต่างชาติ

วัดมู่หลาน อนุสรณ์สถานรำลึกถึงมู่หลาน

ในมณฑลหูเป่ยของจีน มียอดเขาชื่อMulan ซึ่งมีวัดเก่าแก่ชื่อ วัดมู่หลาน ( Mulan Temple ) ตั้งอยู่ ไม่มีหลักฐานว่าวัดนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อใด มีเพียงหลักฐานที่ปรากฏในงานวรรณกรรมยุคสมัยราชวงศ์ถัง และการคาดเดาว่าน่าจะสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8 ในวัดยังพบข้อความจารึกถึงประวัติMulanที่ชี้ว่าเธอมีชีวิตอยู่จริงในสมัยราชวงศ์ฮั่น ต่อมาสมัยราชวงศ์ถัง มีบทกวีที่เชิดชูMulanให้เป็นดั่งเทพธิดา ปัจจุบันวัดMulanเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมณฑลหูเป่ย

ภาพเขียนมู่หลานบนผืนผ้าไหม

ในยุคศตวรรษที่ 18 ได้ปรากฏภาพเขียนMulanบนผืนผ้าไหม ตัวภาพวาดด้วยหมึกจีน เป็นภาพแสดงบุคลิกภาพหญิงสาวที่สันนิษฐานได้ว่านี่คือMulan

ภาพMulanเพื่อการต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น

ภาพMulanไม่ได้เล่าเพียงความงาม ความเป็นวีรสตรีเท่านั้น มีภาพ  Mulan Returns in Glory เป็นภาพMulanที่ถูกนำมาใช้สร้างกระแสให้ประชาชนชาวจีนยืนหยัดต่อต้านการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย